RSS

ไม่มีสิ่งใดมากมายเท่าที่มีทุกวันนี้

หากจะพูดว่าจำได้ทุกอย่างนับตั้งแต่วันหนึ่งในเมื่อ 44 ปีที่แล้ว คงจะเป็นเรื่องเกินความจริง วันนั้นผมเองไม่มีสิทธิ์รับรู้หรอกนอกจากบุคคลสองท่านที่อยู่รายล้อมในหมู่ญาติที่ต่างล้วนมาแสดงความยินดี จากวันนั้น 5 พ.ค. 2513 มาถึงตอนนี้ก็ 44 ปีพอดี เด็กคนนั้นได้เติบโตผ่านการเพาะบ่มในหลายด้านเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มาวันนี้ในส่วนตัวเหมือนว่าเราก้าวมาไกลแล้ว แต่ในความเป็นจริงบุคคลสองท่านนั้นก็ยังมองเราเป็นเด็กอยู่ดี อาจจะแตกต่างจาก 44 ปีที่ผ่านมาไม่มาก เพราะอยา่งไรท่านก็มองเราเป็นเด็ก มาวันนี้ 44 ปี มันผ่านมาแล้วเกือบครึ่งชีวิตโดยเฉลี่ยของชีวิตคน ผมพูดได้คำเดียวว่า “ไม่มีสิ่งใดมากมายเท่าที่มีทุกวันนี้” ขอบคุณครับคุณพ่อก่อพจน์ (สมศักดิ์ นาคแก้ว) และคุณแม่สิริมณี (เจียว นาคแก้ว) ที่สร้างผมขึ้นมาจากความรักและถ่ายทอดสู่ผมตลอดทุกวันนี้ คำอวยพรในตอนเช้าวันนี้จากท่านทั้งสอง สุดคุ้มค่าและหาสิ่งใดเปรียบได้ยาก รวมถึงน้ำใจจากคนที่รู้จักได้กล่าวมาผมขอน้อมรับด้วยความขอบคุณและระลึกในน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง…ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกท่าน262712_490966907614934_492588728_n576504_490968307614794_98293952_n 1397701772577

 

ถอดรหัส ส.ค.ส.พระราชทาน ๒๕๔๗

ส.ค.ส. ดังกล่าว ทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ มีข้อความว่า ส.ค.ส. พ.ศ.2547 สวัสดีปีใหม่ ใต้ลงมาเป็นภาพแผนที่บริเวณคาบสมุทรอินโดจีน บนพื้นที่เป็นภาพตารางช่องเล็กๆ ด้านบนทั้งสองด้านมีเสาธงปักอยู่ มีภาพระเบิดและควัน ล้อมรอบคาบสมุทรอินโดจีน อยู่ทั้ง 4 ด้าน ด้านบนซ้าย มีข้อความว่า มีระเบิดเกือบทั่วโลก ใต้ภาพระเบิดลงมาเป็นภาพเรือสำเภาขนาดใหญ่ แล่นมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่ใบเรือด้านหลังมีอักษร ม.ช. ปรากฏอยู่

บนคาบสมุทรอินโดจีนเป็นภาพแผนที่ประเทศไทยสีขาว ที่ขนานกับส่วนที่เป็นด้ามขวาน เป็นเส้นตรงสามเส้น บนแผนที่ประเทศไทยมีข้อความว่า “สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย” เส้นตรงทั้งสามเส้นนั้น เปรียบเป็นเสาหลักของประเทศ

ขณะ ที่ความสามัคคีของคนในชาติเป็นพลังที่ร่วมกันค้ำจุนให้ประเทศไทยเป็นปึกแผ่น มั่นคง ด้านล่างลงมามีข้อความว่า ขอจงมีความสุขความเจริญ บรรทัดต่อมาเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า Happy New Year และมีภาพสุนัข ขนาบข้างละตัว

กรอบล่างด้านใน มีข้อความว่า ก.ส. 9 ปรุง 291929 ธ.ค.2546 มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ บ้านเชียง และมีภาพสุนัขขนาบ 2 ข้างคำว่า ห้าพันปี ตัวหนึ่งไม่มีปลอกคอ อีกตัวหนึ่งมีปลอกคอ ส่วนกรอบล่างด้านนอก เป็นภาพสุนัขขนาดลดหลั่นกันรวม 7 ตัว ตัวใหญ่สุดยืนเต็มตัวอยู่ด้านซ้าย ตัวถัดไปค่อยๆ ย่อตัวลง และขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ จนถึงตัว

สุดท้ายด้านขวาสุดเป็นสุนัขตัวเล็กนอนหมอบอยู่

ถอดรหัส

1 มีระเบิดเกือบทั่วโลก

ประวัติการสร้างและแข่งขันด้านเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์

1905 e=mc2 สหรัฐทดลองสร้างนิวเคลียร์

1938 เยอรมัน พบ Fission Fusion

1939 สหรัฐเร่ง U.S. Atomic Program

1941 ญี่ปุ่น โจมตี Pearl Harbour

16 กค.1945 สหรัฐทดลองนิวเคลียร์ Fatman

6 สค.1945 สหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ ฮิโรชิม่า

9 สค.1945 สหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่นางาซากิ

 (1945-1989) Cold War Nuclear Arms Race

1949 โซเวียต ทดลองระเบิดนิวเคลียร์

1952 อังกฤษทดลองนิวเคลียร์

1954 ยุโรป ร่วมมือก่อตั้ง (European Organization for Nuclear Research : CERN)

1960 ฝรั่งเศษทดลองนิวเคลียร์

1963 จีนทดลองนิวเคลียร์

1963 The Cuban Missile Crisis วิกฤตการคิวบา

1967 เกิด Fermilab “ห้องปฏิบัติการเครื่องเร่งอนุภาคแห่งชาติ”

1974 อินเดียทดลองนิวเคลียร์

1980 ปากีสถานมีแร่ยูเรเนียมคุณภาพสูง

1982 สาธารณรัฐแอฟริกาใต้สร้างอาวุธต้นแบบแต่หยุดโครงการ

1991 สหภาพโซเวียตล่มสลาย เทคโนโลยีนิวเคลียร์ถูกพ่อค้าอาวุธลักลอบขนออกมายังประเทศเป้าหมาย?

1995 เครื่องเร่งอนุภาคเทวาตรอน (Tevatron) ค้นพบ ควาร์ก

1996 Comprehensive Test Ban Treaty – CTBT สนธิสัญญาห้ามการทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์

 1998 ปากีสถานทดลองนิวเคลียร์

1990 เกาหลีเหนือผลิตอาวุธนิวเคลีร์

 11 ก.ย. 1990 สหรัฐประกาศnew world order โดยประธานาธิบดีจอร์จ บุช

11 ก.ย. 2001 เหตุการณ์ ก่อวินาศกรรม World Trade Center ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประกาศแนวทางว่า “ใครก็ตามที่ไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างอเมริกา … ผู้นั้นก็คือฝ่ายผู้ก่อการร้าย”

 2002 เกาหลีเหนือได้รับอุปกรณ์เสริมสมถนะคุณภาพแร่ยูเรเนียมจากปากีสถาน

 2003 สงครามอิรัก สหรัฐไม่พบอาวุธนิวเคลียร์ในอิรัก

 2005 เกาหลีเหนือประกาศว่ามีอาวุธนิวเคลียร์

 2005 ประธานาธิบดี มาห์มูด อามาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) แห่งอิหร่าน ประกาศลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก

 2007 ปากีสถานติดตั้งหัวจรวดนิวเคลียร์

 2008 CERN เปิดเครื่องเร่งอนุภาค LHC

 2009 สหรัฐ ทดลองอาวุธเลเซอร์พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น โดย Lawrence Livermore National Laboratory

 2010 อินเดียทดสอบจรวดนิวเคลียร์วิสัยใกลสำเร็จ

 2010 อิหร่านประกาศเร่งเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

 2010 เครื่องเร่งอนุภาคเทวาตรอน Tevatron ของ Fermilab ปิดโครงการ

 2012 CERN ? Tevatron ?ค้นพบอนุภาคพระเจ้า?

 2012 สมดุลนิวเคลียร์ถูกทำลาย มีบางประเทศใช้นิวเคลียร์กับประเทศอริ

 2012 สหรัฐตัดสินใจ ใช้อาวุธชนิดใหม่เพื่อยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ สงครามเชื้อโรค และปฎิบัติการ New world order ประชากรโลกลดเหลือ10% เพื่อหยุด Climate warming

 

สังเกตุว่า

16 กค.1945 สหรัฐทดลองนิวเคลียร์ Fatman  

6 สค.1945 สหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ ฮิโรชิม่า

(ไม่ถึง 1 เดือน จึงนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้กับญี่ปุ่นเลย)

ขณะ นี้ นานาประเทศ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเช่นพม่าและกัมพูชา ก็เร่งขวนขวายที่จะมีเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง จนประเทศไทยเองก็มีแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย

หาก ในปี 2012 เกิดวิกฤติ สงครามนิวเคลียร์ขึ้นอีก จากความขัดแย้งหรือจากลัทธิความเชื่อทางศาสนา อาวุธชนิดใหม่ที่มีอนุภาคร้ายแรงกว่านิวเคลียร์จะถูกสหรัฐนำมาใช้เพื่อ ยับยั้งสงครามดังกล่าว อันจะเกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกครั้งใหญ่

2 ระเบิด 4 ทิศ

ประเทศ ไทย และโลกใบนี้ จะเสื่อมทรุดลงไปเรื่อยๆ เพราะมนุษย์ ไม่สนใจเรื่องศีลธรรม คุณธรรม และจะมีวิกฤติที่มนุษยชาติกำลังเผชิญ ๔ ประการ (ลูกระบิดทั้ง ๔ ลูกใน สคส) ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเตือนคนไทยผ่าน สคส. พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว

๑. วิกฤติสิ่งแวดล้อม (Environmental Crisis) ภัยธรรมชาติ ฟ้าดินลงโทษ อากาศแปรปรวน ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของผิวโลก สารพันปัญหา จะหนักขึ้นเรื่อยๆ โรคระบาด ทั้งในคน ในพืชที่เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ โรคระบาดในสัตว์ ท่านลองทบทวนดูว่า เกิดโรคระบาดอะไรบ้าง ที่ยังไม่มียารักษา ทั้งโรคที่ไม่ระบาด ฯลฯ

๒. วิกฤติสังคม (Social Crisis) โรคเสื่อมคุณธรรม ภัยสังคม ยาเสพติด อาญชญากรรม ปัญหาเยาวชน ปัญหาคอรัปชั่น ฯลฯ

๓. วิกฤติเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ข้าวยากหมากแพง ทุกวันนี้ สังคม “บ้าเงิน บ้าวัตถุ บริโภคนิยม เงินนิยม บันเทิงนิยม สุขนิยม” มุ่งกำไรสูงสุด เบียดเบียน แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เห็นเพื่อนมนุษย์ เป็นเพียง ทรัพยากร (มนุษย์) เห็นเพื่อนมนุษญ์เป็นสินค้า เป็นผู้บริโภค ผู้ขายมีหน้าที่ ในการกระตุ้น กิเลสของเพื่อนมนุษย์ วิกฤติเศรษฐกิจลุกลามไปทั่วโลก (ค่าเงินทุกประเทศรอบบ้านเราตกต่ำอย่างที่เห็น) อีก ๑๐ ปีข้างหน้า เงินทองจะไม่มีค่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง” ฯลฯ

๔. วิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง การปกครอง (Political Crisis) ขัดแย้งแย่งชิงน้ำ อาหาร ที่ดิน เมล็ดพันธุ์พืช ขัดแย้งทางความคิด ความเชื่อ ทางศาสนา และวัฒนธรรม ผู้คนจะเข้าประหัตประหารกันไม่มีวันจบสิ้น วิกฤติการเมืองภายในประเทศและระหว่างประเทศ สงครามนิวเคลียร์ สงครามเชื้อโรค ฯลฯ

3 มช

เรือ สำเภาที่มีอักษร มช แล่นมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึง เรือ”โนอาห์” เวอร์ชั่นแบบไทยพุทธ มช คือ มหาวิชชาลัยปูทะเลย์ อันเป็นที่อยู่แห่งความรู้อันยิ่งใหญ่ ที่จะขนคนที่มีเสบียงบุญ เล่นฝ่าทะเลไฟแห่งวัฏสงสารไปสู่ฝั่ง

อีกนัยยะก็คือ หากนับไปอีก 7ช่อง เรือสำเภาลำนี้จะเล่นไปถึงฝั่ง บริเวณภาคเหนือของประเทศไทยที่ มช. “เมืองเชียงใหม่”

4 สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย

หาก ขาดความสามัคคี อนาคตประเทศไทย จะแตกออกเป็นอย่างน้อย ๕ ประเทศ เพราะวิกฤติต่างๆ เราจะแก้ปัญหาแบบหายใจหายคอไม่ทัน ทั้งปัญหาภายใน ปัญหาภายนอก ทั้ง ๔ เรื่อง

5 เสาสามเสา

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดิน

6 มหาวิชชาลัยปูทะเลย์ + 8 ห้าพันปี

สคส.ฉบับนี้ มีความเชื่อมโยงกับ “พระราชนิพนธ์พระมหาชนก” เป็นปริศนาธรรมที่ รอพระปราชญ์ นักปราชญ์ พระดีคนดีในสังคม ร่วมกันไขปริศนา และรอทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันประดิษฐาน “มหาวิชชาลัยปูทะเลย์” อันเป็นที่อาศัยแห่งความรู้อันยิ่งใหญ่นำมาซึ่งการปฎิวัติระบบการศึกษาและนำ พาประเทศไทยให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา และยั่งยืนอยู่ได้ถึง ๕๐๐๐ปี

7 บ้านเชียง

ชุมชนพอเพียง ชุมชนพุทธ ที่พึ่งพาตัวเองได้100% ทั้งปัจจัย4 และพลังงาน มีความพร้อมทั้งกายภาพและองค์ความรู้ มีเสบียงบุญและความสามัคคีของคนในชุมชน อันเป็นปัจจัยที่จะสามารถฝ่าวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ “มีระเบิดเกือบทั่วโลก”

ซึ่งน่าเห็นใจคนเมือง ซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ แต่สถานการณ์ต่างๆจะทำให้คนที่พอจะมีบุญจะทยอย อพยพย้ายเข้าสู่ชนบท

9 คุณทองแดงจำนวน ๗ ตัว ที่ค่อยๆหมอบและตัวเล็กลง

ระยะ เวลาที่เหตุการณ์มีระเบิดเกือบทั่วโลกจะทยอยปะทุขึ้น รวมถึงความจงรักภัคดีต่อสถาบันจะลดลงตามระยะเวลาดังกล่าวด้วย ซึ่งหมายความว่า พระปราชญ์ นักปราชญ์ผู้ที่พอจะมีสติปัญญา ตีความ สคส.ฉบับนี้ออก จะได้มีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือวิกฤติดังกล่าว ๗ ปี ซึ่งก็คือ ๒๕๔๗+๗ นั่นก็คือ ๒๕๕๔ !!

ซึ่งหมายความว่า ขณะนี้ พวกเราเหลือเวลาอีก อย่างน้อยไม่ถึง๒ ปี ในการเตรียมการรับวิกฤติดังกล่าว

ซึ่งเรื่องเช่นนี้บอกกันตรงๆไม่ได้ พระองค์จึงแฝงไว้เป็นปริศนาธรรม

แบบ นอสตราดามุส ที่ให้คนตีความ หากนับระยะเวลาที่พระองค์พระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และ ท.เศรษฐกิจพอเพียงแล้ว พระองค์ทรงทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๒๕ ปี และทางออกทางรอดของคนไทย ได้อยู่ในพระราชนิพนธ์เรื่องนี้แล้ว

ข้าพเจ้าตีความและถอดรหัสถูกผิดเช่นไร โปรดพิจารณา

หากท่านเห็นพ้อง โปรด “เริ่มด้วยช่วยกัน” คิดหาหนทางร่วมนำสังคมไทย ฝ่าวิกฤติและนำพาประเทศชาติให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนาอีกครั้งหนึ่ง

อนุโมทนา
ธัมมะอาสา

ที่มา http://www.gotoknow.org/posts/364621

 

สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์

รพ.จุฬาฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 9 “สมเด็จพระสังฆราช” สิ้นพระชนม์แล้ว ระบุติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ขอพระองค์สู่พระนิพพาน 100_374-610x908

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร ทรงมีพระชาติภูมิ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456 ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนมายุ 14๑๔ พรรษา ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี แล้วเข้ามาอยู่ศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนพระชนมายุครบอุปสมบท และทรงอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2476 โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง  วชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ประทับอยู่ศึกษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดมาจนกระทั่งสอบได้เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ พุทธศักราช 2484

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงดำรงสมณศักดิ์มาโดยลำดับดังนี้ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นราช และพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระโศภณคณาภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราภรณ์ ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ ทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร และทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ในราชทินนามที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2532 นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา ทรงมีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะในด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่าง ๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และ สันสกฤต จนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี กระทั่งเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระอุปัชฌาย์ของพระองค์ทรงเห็นว่า จะเพลินในการศึกษามากไป วันหนึ่งทรงเตือนว่า ควรทำกรรมฐานเสียบ้าง เป็นเหตุให้พระองค์ทรงเริ่มทำกรรมฐานมาแต่บัดนั้น และทำตลอดมาอย่างต่อเนื่อง จึงทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงภูมิธรรมทั้งด้านปริยัติและด้านปฏิบัติ

เนื่องจากทรงรอบรู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี จึงทรงศึกษาหาความรู้สมัยใหม่ด้วยการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ทั้งทางคดีโลกและคดีธรรม เป็นเหตุให้ทรงมีทัศนะกว้างขวาง ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสั่งสอนและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้ทรงนิพนธ์หนังสือทางพระพุทธศาสนาได้อย่างสมสมัย เหมาะแก่บุคคลและสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน และทรงสั่งสอนพระพุทธศาสนาทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ใน ด้านการศึกษา ได้ทรงมีพระดำริทางการศึกษาที่กว้างไกล ทรงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของไทย คือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยมาแต่ต้น ทรงริเริ่มให้มีสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกอบรมพระธรรมทูตไทยที่จะไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ

ทรงเป็นพระมหาเถระไทยรูปแรกที่ได้ดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศอย่าง เป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศเป็นรูปแรก เสด็จไปเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเปิดวัดไทยแห่งแรกในทวีปยุโรป คือวัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทรงนำพระพุทธศาสนาเถรวาทไปสู่ทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก โดยการสร้างวัดพุทธรังษีขึ้น ณ นครซิดนีย์ ทรงให้กำเนิดคณะสงฆ์เถรวาทขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ทรงช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศเนปาล โดยเสด็จไปให้การบรรพชาแก่ศากยะกุลบุตรในประเทศเนปาลเป็นครั้งแรก ทำให้ประเพณีการบวชฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่งในเนปาลยุคปัจจุบัน ทรงเจริญศาสนไมตรีกับองค์ทะไล ลามะ กระทั่งเป็นที่ทรงคุ้นเคยและได้วิสาสะกันหลายครั้ง และทรงเป็นพระประมุขแห่งศาสนจักรพระองค์แรกที่ได้รับทูลเชิญให้เสด็จเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์จีน

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเป็นเอนกประการ ทรงเป็นนักวิชาการและนักวิเคราะห์ธรรมตามหลักการของพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า ธัมมวิจยะ หรือธัมมวิจัย เพื่อแสดงให้เห็นว่า พุทธธรรมนั้นสามารถประยุกต์ใช้กับกิจกรรมของชีวิตได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงสุด ทรงมีผลงานด้านพระนิพนธ์ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษจำนวนกว่า 100 เรื่อง ประกอบด้วยพระนิพนธ์แสดงคำสอนทางพระพุทธศาสนาทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง รวมถึงความเรียงเชิงศาสนคดีอีกจำนวนมาก ซึ่งล้วนมีคุณค่าควรแก่การศึกษา สถาบันการศึกษาของชาติหลายแห่งตระหนักถึงพระปรีชาสามารถและคุณค่าแห่งงานพระ นิพนธ์ ตลอดถึงพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติ จึงได้ทูลถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นการเทิดพระเกียรติหลายสาขา

นอกจากพระกรณียกิจตามหน้าที่ตำแหน่งแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ยังได้ทรงปฏิบัติหน้าที่พิเศษ อันมีความสำคัญยิ่งอีกหลายวาระ กล่าวคือ ทรงเป็นพระอภิบาลในพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เมื่อครั้งเสด็จออกทรงพระผนวช เมื่อพุทธศักราช 2499 พร้อมทั้งทรงถวายความรู้ในพระธรรมวินัยตลอดระยะเวลาแห่งการทรงพระผนวช ทรงเป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อครั้งเสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เมื่อพุทธศักราช  2521

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญทางการคณะสงฆ์ในด้านต่าง ๆ มาเป็นลำดับ เป็นเหตุให้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ประเทศชาติ และประชาชน เป็นเอนกประการ นับได้ว่าทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงเพียบพร้อมด้วยอัตตสมบัติและปรหิตปฏิบัติ และทรงเป็นครุฐานียบุคคลของชาติ ทั้งในด้านพุทธจักรและอาณาจักร

 

อย่าว่าแต่กับคนไทยเลย ที่ไหนๆ ก็ไม่อยากให้เกิด

221086

หากจะถามว่ากีฬาชนิดใดของไทยที่กำลังสร้างผลงานได้ดีในระดับนานาชาติบ้างตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนก็คงจะมีคำตอบที่แตกต่างกันบ้าง ประการแรกอาจจะมากจากการรับรู้จากข่าวสารที่รับฟังและรับรู้ได้อยา่งรวดเร็ว ประการต่อมาอาจจะตอบจากกีฬาชนิดที่เราให้ความสนใจและติดตามอยู่ ซึ่งจากจะเรียบเรียงกันไปโดยไม่บอกว่าใครมาอันดับหนึ่งก็คงไม่พ้น กอล์ฟ, เทควันโด้, วอลเย์บอล จนเลยมาถึงแบดมินตัน ที่นำความสุขมาให้พี่น้องชาวไทยเราอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ผ่านพ้นโอลิมปิคเกมส์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา และหากสองวันมานี้ไม่มีข่าวการกระทบกระทั่งกันของอดีตคู่หูนรกแตกที่เคยให้ความสุขเราแล้ว ในการแข่งขันรายการแบดมินตัน ”โยเน็กซ์ แคนาดา โอเพ่น 2013”  ทัวร์นาเมนต์สะสมคะแนนระดับกรังด์ปรีซ์ ที่เมืองริชมอนด์ ประเทศแคนาดา แล้วนั้น เราทุกคนก็คงจะได้ร่วมแสดงความยินดีกับ “น้องแน็ต” ณิชชาอร จินดาพล ซึ่งถูกจัดให้เป็นมือวาง 1 ของรายการ มืออันดับ 16 ของโลก และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ยิป ปุยยิน  มือวาง 3 ของรายการ มืออันดับ 19 ของโลก จากฮ่องกง และด้วยฟอร์มอันสุดยอดไล่ตบคู่แข่งจากฮ่องกงสบาย 2-0 เกม คว้าแชมป์แคนาดา โอเพ่นสำเร็จ ผมก็คงจะถือเอาบรรทัดนี้ได้ร่วมแสดงความยินดีกับน้องแน็ตด้วยกับความสำเร็จในครั้งนี้
คราวนี้มาเข้าประเด็นที่ได้เกริ่นไว้ก่อนว่า เกิดอะไรขึ้นกับ คู่หูนรกแตกคู่นี้ เราคงไม่พยายามไปเปิดปมในอดีตที่ทำให้ทั้งคู่บาดหมางกันจึงให้ทั้งคู่มากระทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมา “บ่งบอกถึงความไม่มีน้ำใจในความเป็นนักกีฬาที่ดี ความไม่เคารพคำตักเตือนของผู้ตัดสิน และการไม่ให้เกียรติผู้ชมที่ยอมเสียเงินเพื่อเข้ามาชมพวกคุณในวันนั้น” ซึ่งบุคคลทั้งหมดที่ผมกล่าวมา คือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวันนั้น และเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่เข้ามาสู่แวดวงกีฬาแล้วไม่ยึดถือและปฏิบัติต่อเรื่องดังกล่าว น่าเสียดายอย่างมากกับการตัดสินใจเพียงชั่ววูบของทั้งสอง แต่คนที่น่าตำหนิ และควรต้องมีส่วนรับผิดชอบก็คือ ผู้ฝึกสอนและผู้ควบคุมทีม ที่เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดแล้วไม่น่าที่จะดูเฉยเยี่ยงนั้น จนก่อให้ทุกอย่างบานปลายเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอยากจะฝากว่านี่คือบทเรียนครั้งสำคัญของนักกีฬาทั้งสอง ซึ่งหากผลการพิจารณาออกมาแล้วใครผิดมากน้อยกว่ากันมันก็ไม่น่าสรรเสริญหรอกครับ ฝากถึงทุกคนที่จะเข้ามาอยู่ในแวดวงกีฬาแล้วให้คำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียให้มากๆ กับสิ่งที่คุณได้กระทำต่อเค้า ฝากให้น้องๆ เยาวชนของชาติดูไว้เป็นตัวอย่าง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักกีฬาทั้งสอง แล้วให้กำลังใจทั้งคู่กลับมาเริ่มต้นใหม่ อาจจะไม่ใช่ในกีฬาชนิดนี้อีก หากมีการพิจารณาขั้นรุนแรง แต่ช่วยเป็นกำลังใจเค้าให้นำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้เสียใหม่ในชีวิตข้างหน้า ต้องขอโทษที่ผมไม่พยายามกล่าวชื่อนักกีฬาทั้งสองเพราะคงเป็นที่ทราบกันดีแล้ว ผมไม่ต้องการเน้นย้ำ หากแต่เพียงอยากให้ทุกคนกลับไปคิดและให้เยาวชนจำไว้เป็นบทเรียน

ขอบคุณภาพจาก Dailynews.co.th

 

ป้ายกำกับ: ,

บุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรม “พระสุนทรโวหาร”

ท่านสุนทรภู่ เป็นกวีเอกของไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ท่านมีผลงานที่ดีเด่น ทรงคุณค่า และเป็นกวีที่มีชื่อเสียง ผลงานของท่านที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น เรื่องพระอภัยมณี ลักษณวงศ์ สิงหไตรภพ สวัสดิรักษา และนิราศเมืองแกลง เป็นต้น ท่านได้รับการขนานนามว่าเป็น “รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” และเป็น “กวีเอกของไทย” ซึ่งสมญานามที่ได้รับล้วนแต่เป็นการยกย่องเชิดชูในความเป็นเลิศและความสามารถด้านกวีนิพนธ์ของท่านทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ ๒๐๐ ปีเกิดของท่าน เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ และให้ถือเอาวันนี้ของทุกปีเป็น “วันสุนทรภู่” และวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ อันเป็นวันครบรอบปีเกิด ๒๒๗ ปีของท่าน


ฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อสำหรับเพลงนี้ ขับร้องโดยคุณอรวี สัจจานนท์

 

ป้ายกำกับ: , ,

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา
ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๖

ความหมาย คำว่า “วิสาขบูชา” หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก ” วิสาขปุรณมีบูชา ” แปลว่า ” การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ” ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗

ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ

๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

อ่านต่อที่ http://www.dhammathai.org/day/visaka.php

 

ป้ายกำกับ:

วันมาฆบูชา

makabucha

วันมาฆบูชา (บาลี: มาฆปูชา; อักษรโรมัน: Magha Puja) เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย “มาฆบูชา” ย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าในปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 หลัง (วันเพ็ญเดือน 4)

วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4

เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น โดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่างๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร

ปัจจุบันวันมาฆบูชาได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็น “วันกตัญญูแห่งชาติ” เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นสาวมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์ หลายหน่วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์) แทน

สำหรับในปี พ.ศ. 2556 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ตามปฏิทินสุริยคติ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 27, 2013 in ทางธรรม ก็เยอะ

 

ป้ายกำกับ: ,

 
%d bloggers like this: