RSS

ลูกเสืออนุบาลเทศบาลไทรม้าผจญภัยโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โครงการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน “ลูกเสืออนุบาลผจญภัยโลกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 12, 2015 in Uncategorized

 

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้กระบวนการลูกเสืออนุบาลแบบบูรณาการ

การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้กระบวนการลูกเสือ อนุบาลแบบบูรณาการของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลไทรม้า (Saima Mini Scout Model) เรื่องกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ในปีนี้ (11 กันยายน 2558) จัดกิจกรรม 4 ฐานให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมเสริมความรู้เกี่ยวกับสิ่งเสพติดให้โทษ กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลไทรม้า โดย จ.ส.อ.มงคล อัศวนิโครธร นายกเทศมนตรี นายภานุ กูรสุรพงศ์, นายชัยยศ ฉิมแป้น รองนายกเทศมนตรี ที่มีดำริให้ครูทุกคนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยยึดผู้เรียนเป็น สำคัญ…ในนามของคณะครูขอกราบขอบพระคุณในความกรุณาเป็นอย่างยิ่งครับ

This slideshow requires JavaScript.

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 11, 2015 in การศึกษาก็มี

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

ความหมายของเอกสารประกอบการเรียน

นักวิชาการศึกษาได้ให้ความหมายของเอกสารประกอบการเรียนที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

ราชบัณฑิตยสถาน (2539, หน้า 647) ให้ความหมายของเอกสารประกอบการสอนไว้ว่า หมายถึง วัสดุหรือเครื่องมือที่จัดทำขึ้นซึ่งมีข้อมูล เนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับนำไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอนของครูและนักเรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรกำหนด

สุวิทย์  หิรัณยกาณฑ์ และคณะ (2540, หน้า 258) กล่าวเอกสารประกอบการสอนเป็นสิ่งที่มาช่วยในการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้นักเรียนเข้าใจแจ่มแจ้งและเร็วขึ้น ทำให้ได้รับความรู้และประสบการ์มากขึ้นและช่วยให้การเรียนการสอนมีความหมายยิ่งขึ้น

โสภา  กรรณสูต (2542, หน้า 2) ให้ความหมายว่าเอกสารประกอบการสอนเป็นวัสดุ อุปกรณ์ ความรู้ ทัศนคติ แนวคิด ตลอดจนทักษะต่างๆ จากผู้สอนไปสู่ผู้เรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ที่ผู้สอนได้กำหนดไว้

ชัยยงค์  พรหมวงศ์ (2542, หน้า 3) ให้ความหมายว่าเอกสารประกอบการสอนให้ผู้สอนสามารถส่งหรือถ่ายทอดความรู้ เจตคติและทักษะไปสู่ผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่จะเอื้อต่อการศึกษาเล่าเรียนของเยาวชนด้วยการช่วยให้เกิดความรู้ ทักษะ เจตคติและกิจพิสัยที่พึงประสงค์อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือหลายๆ สิ่งรวมกัน

ประคองศรี  สายทอง (2542, หน้า 22) เอกสารประกอบการเรียน หมายถึง สื่อการเรียนที่จัดขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนของนักเรียนในวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเอกสารประกอบการเรียนมักประกอบด้วย คำนำ ในแต่ละหน่วยจะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรมการเรียน สรุปท้ายหน่วยและแบบฝึกหัด

บุญมี  พันธุไทย (2542, หน้า 45) กล่าวว่าเอกสารประกอบการเรียนเป็นรูปแบบหนึ่งของเอกสารที่เขียนขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเป็นบทเรียนสำเร็จรูปแบบหนึ่ง เหมือนกับบทเรียนโปรแกรม แต่รูปแบบการเขียนแตกต่างกัน ทฤษฎี กฎหรือแนวคิดต่างๆ สามารถใช้ได้เหมือนกัน

จินตนา  ใบกาซูยี (2542, หน้า 22) ให้ความหมายเกี่ยวกับเอกสารประกอบการสอนว่า หมายถึงหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เด็กใช้ในการฟังอ่านและเรียนรู้ ด้วยเนื้อหาสาระที่มุ่งให้ความรู้หรือความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งอย่างใดหรือให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินร่วมกันไปในรูปแบบที่เรียกว่า สาระบันเทิง โดยใช้วิธีเขียน การจัดทำและรูปเล่มที่เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถในการอ่านของผู้เรียน

ถวัลย์  มาศจรัส และ วรรณี  สมานสารกิจ (2547, หน้า 17) ให้ความหมายชองเอกสารประกอบการสอนว่า หมายถึง เอกสารหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการสอน (หรือจัดการเรียนรู้) วิชาใดวิชาหนึ่งตามหลักสูตรที่ใช้ในสถานศึกษา มีหัวข้อและเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วน ตามรายละเอียดของวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

พันทิพา  ปัจจังคะตา (2549, หน้า 13) เอกสารประกอบการสอนหมายถึง เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนของครูหรือประกอบการเรียนของนักเรียนในวิชาใดวิชาหนึ่ง ควรมีหัวข้อเรื่อง จุดประสงค์เนื้อหาสาระและกิจกรรมเพื่อจะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรกำหนด

ประภาพรรณ  เส็งวงศ์ (2550, หน้า 42) กล่าวว่าเอกสารประกอบการเรียนหมายถึง เอกสารที่บอกวิธีการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนเฉพาะเรื่องหรือจุดประสงค์การเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อให้ครูหรือผู้เรียนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหลักสูตรซึ่งจะต้องมีหัวข้อและเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วนตามรายละเอียดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 หน่วยการเรียน/รายวิชา

สุจิตร  ทรงคาศรี (2554, หน้า 31-35) ให้ความหมายของเอกสารประกอบการสอนว่า หมายถึงหนังสือที่จัดทำเพื่อให้เด็กอ่าน อ่านแล้วได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นเอกสารที่มีเนื้อหา วัตถุประสงค์และแก่นเรื่องย่ออย่างชัดเจน มีความยากง่ายเหมาะกับระดับชั้น วัย ความสนใจ ภูมิหลังของผู้เรียน มีเนื้อหาสนุก รูปแบบการเขียนเนื้อหามีหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ นิทาน นิทานพื้นบ้าน เรื่องสั้น สารคดี บทความ บันทึกเรื่อง ความเรียง สำนวนภาษาที่ใช้จะใช้ภาษาง่ายๆ ถูกต้อง เหมาะสมและรูปเล่มควรมีขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่หรือกว้างหรือยาวหรือเล็กมาก เพราะเด็กจะถือหนังสืออ่านไม่สะดวก

โศภน  รัตนะ (2556, หน้า 11) กล่าวว่าเอกสารประกอบการสอน หมายถึง สื่อนวัตกรรมประเภทเอกสารสิ่งพิมพ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนของครูหรือประกอบการเรียนของนักเรียนที่ใช้ประกอบการจัดกาเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเรียนด้วยตนเอง ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูและนักเรียนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

จากการศึกษาความหมายของเอกสารประกอบการสอน สรุปได้ว่า เอกสารประกอบการสอนหมายถึงเอกสารหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการสอนวิชาใดวิชาหนึ่งตามหลักสูตร มีลักษณะเป็นเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในรายวิชาที่ตนเองสอน ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ หรือแผนการสอน หัวข้อคำ บรรยายโดยมีรายละเอียดพอสมควรและอาจจะมีส่งต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น รายชื่อบทความหรือหนังสืออ่านประกอบ มีจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาวิชาและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครอบคลุมครบถ้วนตามคำอธิบายรายวิชานั้น ตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา

อ้างอิงจาก (ไม่ได้จัดเรียง)

โศภน  รัตนะ. (2556). ผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่องภูมิศาสตร์ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชะรัตชนูปถัมภ์ จังหวัดพัทลุง. ปริญญาการศึกษาค้นคว้าอิสระหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (เอกสารอัดสำเนา).

สุจิตร  ทรงคาศรี. (2554). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคด้วยภูมิปัญญาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญยาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. (เอกสารอัดสำเนา).

ชัยยงค์  พรหมวงศ์. (2542). การพัฒนาศัพท์สัมพันธ์ด้านการศึกษาทางไกล : รายงานการวิจัย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.

สุวิทย์  หิรัณยกาณฑ์ สิริวรรณ  เมธีวิวัฒน์ และชนินทร์  อินทิราภรณ์. (2540). พจนานุกรมศัพท์การศึกษา. กรุงเทพฯ : ไอคิว บุ๊คเซ็นเตอร์.

โสภา  กรรณสูต. (2540). การผลิตสื่อการเรียนการสอนทางการพยาบาล. เชียงใหม่ : โชตนาพรินท์.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2539). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2526. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

ประคองศรี  สายทอง. (2542). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ประภาพรรณ  เส็งวงศ์. (2550). การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยการวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : อี.เค.บุ๊คส์.

บุญมี  พันธุไทย. (2542). การวิจัยในชั้นเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราคำแหง.

จินตนา  ใบกาซูยี. (2542). การเขียนสื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : สุวีริยสาส์น.

ถวัลย์  มาศจรัส และ วรรณี  สมานสารกิจ. (2547). นวัตกรรมการศึกษาชุดเอกสารประกอบการสอนนาฏศิลป์ไทยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ผู้เรียนและการจัดทำผลงานทางวิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ธารอักษร.

พันทิพา  ปัจจังคะตา. (2549). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้ภาพการ์ตูนเรื่องการเลือกซื้อสินค้าและบริการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหัวหมู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 10, 2015 in การศึกษาก็มี

 

ป้ายกำกับ:

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการเพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 292/2558
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาเข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ
เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ นำโดยนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอแนวทางการจัดการศึกษา กับรัฐมนตรีและผู้บริหาร 5องค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2558 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวว่า ได้นำตัวแทนคณะกรรมาธิการฯ 15 ท่านจากกรรมาธิการทั้งหมด 27 ท่าน เข้าพบ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งมอบพิมพ์เขียว (Blueprint) การศึกษาที่คณะกรรมาธิการใช้เวลากว่า 9 เดือน ไปรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อเสนอที่น่าสนใจหลายเรื่อง เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปขับเคลื่อนและเลือกทำ โดยคณะกรรมาธิการฯ แม้จะหมดวาระลงในวันที่ 6 กันยายนนี้ แต่พร้อมจะช่วยรัฐบาลและการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการเสนอและหารือในครั้งนี้มีหลายเรื่อง แต่ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในพิมพ์เขียวมี 3 เรื่องสำคัญ คือ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษาและด้านอุปสงค์ และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็ได้บอกคณะกรรมาธิการฯ ช่วยคิดว่า ปัญหาหรือข้อมูลที่เสนอมานั้น ทำไมต้องทำเรื่องนั้นๆ และข้อเสนอแต่ละหัวข้อ มองเห็นปัญหาอะไรบ้าง และควรจะทำอย่างไร เพื่อกระทรวงศึกษาธิการจะได้นำมาพิจารณาต่อไป

“สำหรับข้อเสนอดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียว
ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ โดยยึดวิสัยทัศน์ประเทศไทยในปี
2575
คือ
มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
ซึ่งเน้นคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูป

โดยมีเป้าหมายพัฒนาคนไทยให้เป็นคนที่สมบูรณ์ อยู่ดี มีสุข เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ปรับตัวเองเข้ากับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งมีคุณสมบัติช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของชาติ โดยต้องการให้ตัวบ่งชี้ในปี 2575 จากการปฏิรูปตามพิมพ์เขียวนี้ เพื่อให้มีอัตราคนว่างงานบวกเงินเฟ้ออยู่ในระดับ 1-3 ที่ดีที่สุดของโลก มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาเซียน และลำดับที่ 1-5 ของเอเชีย มีนวัตกรรมของไทยอยู่ในลำดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย และค่าคะแนนการไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบสูงกว่า 60 ใน 100 คะแนน

หลักสำคัญที่เสนอในพิมพ์เขียวนี้มีหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญคือวาระการปฏิรูปการศึกษา 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา 2) ปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา ด้านอุปสงค์ 3) ปฏิรูประบบการเรียนรู้ ดังนี้

ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา โดยเน้น 5 ด้าน คือ 1) ปฏิรูปนโยบายการจัดการศึกษาและการจัดองค์กรในระบบการศึกษา ที่เน้นการกระจายอำนาจการจัดการสถานศึกษา การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 2) ปฏิรูปการเตรียมการผู้เข้าเรียน 3) ปฏิรูปการบริหารบุคลากรทางการศึกษา ทั้งการผลิต ปรับปรุงพัฒนา การประเมินผล และสร้างระบบคุณธรรมของบุคลากร 4) ปฏิรูประบบธรรมาภิบาลการจัดการศึกษา 5) ปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษา

ปฏิรูปการคลังด้านการศึกษาฯ  โดยเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา โดยการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีส่วนร่วมของประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน  มีการจัดทำระบบคูปองการศึกษาโดยจัดสรรให้แก่ผู้เรียนนำไปจ่ายให้แก่สถานศึกษาด้านอุปสงค์ตรงตามระดับการศึกษา มีการจัดสรรงบดำเนินการที่ต้องการเพิ่มพิเศษเพื่อจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เพียงพออย่างมีคุณภาพและตามความเป็นจริง

ปฏิรูประบบการเรียนรู้  โดยปฏิรูปหลักสูตในการเรียนการสอนทุกระดับให้เหมาะสมและทันสมัยทั้งหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรตามภูมิสังคม และหลักสูตรเฉพาะ รวมทั้งมีวิธีการจัดการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักคิดด้วยเหตุและผล หาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งการเรียนในห้องเรียน การเรียนจากกิจกรรม การเรียนรู้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม และการฝึกทักษะ ตลอดจนปฏิรูปวิธีการวัดผล เพื่อสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ทั้งการวัดความรู้ร่วม การวัดความรู้เฉพาะ การวัดทักษะ และการวัดผลการจัดการศึกษา โดยวัดผลจากการทำงานของผู้ที่จบไปแล้ว อีกทั้งควรมีการปฏิรูปการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ที่สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยควรเน้นสร้างความรู้ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น”


บัลลังก์ โรหิตเสถียร – สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดีถ่ายภาพ
5/9/2558

ขอบคุณ ที่มาของข่าว : http://www.moe.go.th/websm/2015/sep/292.html

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 7, 2015 in การศึกษาก็มี

 

“ดาว์พงษ์” สั่งผู้บริหารทั่วประเทศ ยึดพระราชดำรัสในหลวง เป็นคัมภีร์ คิดแผนตีโจทย์

d2“ดาว์พงษ์” สั่งผู้บริหารทั่วประเทศ ยึดพระราชดำรัสในหลวง เป็นคัมภีร์ คิดแผนตีโจทย์ ส่งการบ้านภายใน 7 วัน เผยรัฐบาลเล็งตั้งคตร.ทุกกระทรวงคุมใช้งบโปร่งใส

วันนี้( 27 ส.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร ศธ.และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศผ่านระบบทางไกลหรือวิดีโอคอน เฟอร์เร้น ว่า ขอให้หัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แปลงนโยบายออกมาเป็นงานในเขตความรับผิดชอบของตนเองและส่งการบ้านให้ตนภายใน 7 วัน ว่า

  1. ขณะนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
    2. ปรับปรุงงานตามนโยบาย และ
    3. เติมงานใหม่

แบ่งเป็นงานที่เติมได้เลยโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่มและงานที่ต้องเริ่มใหม่ โดยโจทย์ที่ต้องตอบมา คือ การนำพระราชดำรัสที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวไปปฏิบัติเพื่อให้

1.ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู
2.ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง และ
3. ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่า ช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี

“แนวพระราชดำรัสเป็นปรัชญา ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่รัฐบาล และ กระทรวงศึกษาธิการต้องเดินตาม จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องหาคำตอบและนำไปสู่จุดหมายให้ได้ โดยพระราชดำรัสทั้ง 3 ข้อครอบคลุมงานของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอย้ำว่าผู้บริหารทุกระดับต้องทำแผนงานโครงการ อย่าลอกกัน อย่าปล่อยให้ลูกน้องทำ ต้องฉีกปัญหาให้ขาด ปรับปรุงผลงานเดิมที่ไม่สัมฤทธิ์ผล ดูว่าที่ผ่านมาทำไมถึงไม่สำเร็จแล้วแก้ไข และกิจกรรมที่จะทำต่อไปก็ต้องตอบได้ว่า ตรงกับตรรกะใดในพระราชดำรัส 3 ข้อนี้” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวและว่า ตนให้ความสำคัญกับโครงการพระราชดำริมาก โดยจะมอบหมายให้ รมช.ศึกษาธิการหนึ่งคนคนเข้ามาดูแลเรื่องนี้เป็นหลัก

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กิจกรรมที่จะทำต่อไปต้องตอบได้ว่า ตรงกับตรรกะใดในพระราชดำรัส 3 ข้อนี้ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็มีนโยบายให้ศธ.เร่งดำเนินการ 10 ข้อ คือ

1.ให้ทำเร็ว มีผลสัมฤทธิ์ภายในเดือนกันยายน 2559 ที่เหลือส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป
2. ประชาชน สังคม พึงพอใจ
3. ปรับลดภาระที่ไม่จำเป็นของศธ.ลง
4. เร่งปรับหลักสูตรตำรา/แต่ละกลุ่มให้เหมาะสม การพิมพ์ตำราต้องคุ้มค่า
5. ผลิตคนให้ ทันกับความต้องการของประเทศ จบแล้วมีงานทำ ช่วยแก้ไขปัญหาว่างงานและปัญหาสังคมได้
6. ปรับหลักสูตรทำให้เด็ก ครู ผู้ปกครองมีความสุข
7. ใช้สื่อการสอนกระตุ้นผู้เรียน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้
8. ลดความเหลื่อมล้ำจัดการศึกษาให้ทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ
9. นำระบบไอซีทีเข้ามาใช้จัดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมและกว้างขวาง
10. เรียนไม่ใช่เพื่อสอบแต่เรียนให้ได้ทักษะชีวิต อยู่ในยุคโลกไร้พรหมแดน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องงบประมาณ ที่ผ่านมาได้รับฟังรายงานจากผู้บริหารองค์กรหลักว่า การใช้จ่ายงบฯเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ ซึ่งในส่วนของปีงบฯ 2559 ขอให้ทุกหน่วยงานเริ่มวางแผนโครงการตั้งแต่ไตรมาสแรก และการเสนขอใช้งบกลางขอให้เสนอเฉพาะที่จำเป็น โปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญต่อไปจะต้องไม่เกิดเหตุแบบกรณีการจัดซื้อจัดจ้างสนามฟุตซอลอีก“

 

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 27 สิงหาคม 2558 

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 27, 2015 in การศึกษาก็มี

 

ป้ายกำกับ: ,

รมว.ศึกษาธิการ เดินหน้างานปฎิรูปการศึกษา

1รมว.ศึกษาธิการ เดินหน้างานปฎิรูปการศึกษา ลดชั่วโมงเรียนในวิชาหลักเริ่มภาคเรียนที่ 2 จี้สพฐ.ต้องทำให้ได้ 10% ของโรงเรียนทั้งหมด

วันนี้(26 ส.ค.)พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้รับฟังข้อมูลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของแต่ละองค์กร ซึ่งเท่าที่ดูคิดว่าโครงการต่าง ๆ น่าจะเริ่มเห็นผลในทางปฏิบัติได้อีกในไม่ช้า โดยเฉพาะเรื่องการลดเวลาเรียนของนักเรียน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการไปบ้างแล้วในระดับประถมศึกษา แต่ยังมีบางจุดที่ต้องทำให้เห็นผลชัดเจนในทางปฏิบัติ อาทิ การลดชั่วโมงเรียนในวิชาหลักลง เพื่อให้นักเรียนได้กลับบ้านหรือมีเวลาทำกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยมากขึ้น ขณะเดียวกันขอให้เน้นเรื่องการอบรมครูให้มีความเข้าใจและสามารถจัดการเรียน การสอนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในภาคเรียนที่ 2/2558 และให้โจทย์ไปว่า 38,000 โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. ขอให้มีโรงเรียนที่นำร่องลดเวลาเรียนอย่างน้อย 10% ของโรงเรียนทั้งหมด ซึ่งในช่วงแรกขอให้เน้นที่ระดับประถมก่อน
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไป นอกจากนี้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ขยายการเรียนการสอนระบบทวิภาคีให้มากขึ้น โดยเน้นสถาบันที่มีปัญหาทะเลาะวิวาทบ่อย ๆ เพราะถ้าเด็กมีทางเลือกที่ดีกว่า เรียนไปทำงานไป เด็กก็จะไม่ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท รวมให้เน้นการสอนอาชีพเฉพาะด้านของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ที่ต้องการให้ มทร.แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้ว ยังจะต้องพัฒนาครูผู้สอนและเครื่องมือช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เร่งดำเนินการภายในเดือนกันยายนนี้ โดยอาจเริ่มต้นจากการจัดให้มีทั้งสถาบันหลักและสถาบันรองในแต่ละสาขา เช่น มทร.ตะวันออก แม้จะมีความชำนาญด้านการสอนต่อเรือ แต่ก็ต้องวางแผนจัดระบบสำหรับเด็กที่อยู่ห่างไกล โดยมี มทร.ในพื้นที่อื่นที่มีความพร้อมจัดสาขาอาชีพนี้รองรับด้วย เป็นต้น
“เท่าที่ดูภาพรวมการทำงานของแต่ละองค์กร ขณะนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาล ซึ่งผมขอเน้นเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเป็นหลัก ส่วนการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นก็ยังต้องทำควบคู่กันไป โดยในเร็ว ๆ นี้ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา(สกสค.) องค์การค้าของ สกสค. และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มาพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหา ว่า ที่ผ่านมาทำอะไรบ้างแล้วและมีอะไรที่ต้องทำต่อ” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 26 สิงหาคม 2558

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 27, 2015 in การศึกษาก็มี

 

ป้ายกำกับ: , ,

อุทยานราชภักดิ์

ขอบคุณ Black Bird

 

ป้ายกำกับ:

 
%d bloggers like this: