ครูเอื้อ สุนทรสนาน

21 01 2009

ครูเอื้อ สุนทรสนาน (21 มกราคม 2453 – 1 เมษายน 2524) เป็นหนึ่งในศิลปินที่โด่งดังมากที่สุด e0b884e0b8a3e0b8b9e0b980e0b8ade0b8b7e0b989e0b8adแต่ส่วนมากจะรู้จักกันในชื่อ สุนทราภรณ์ ได้แต่งเพลงร่วมกับแก้ว อัจฉริยกุล และท่านอื่นๆ ไว้มากมายจนนับไม่ถ้วน ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 1,000 เพลง มีเพลงที่เป็นที่รู้จักกัน เช่น เพลงวันลอยกระทง เพลงวันสงกรานต์ เพลงนางฟ้าจำแลง เป็นต้น นอกจากนั้นยังถือได้ว่าท่านเป็นหนึ่งในท่านที่บุกเบิกเพลงไทยสากล ครูเอื้อ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550 กระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมที่จะเสนอ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อองค์การยูเนสโกในวาระครบรอบ 100 ปีครูเอื้อ เพื่อให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลกอีกด้วย

ชีวิตในวัยเด็ก

ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีนามเดิมแรกสุดว่า “ละออ” ต่อมา บิดาให้นามใหม่เป็น “บุญเอื้อ” และได้มาเปลี่ยนอีกครั้งในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็น “เอื้อ สุนทรสนาน”

เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2453 ในสกุล “สุนทรสนาน” อันเป็นสกุลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บ้านตำบลโรงหวี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายดี สุนทรสนาน มารดาชื่อ นางแส สุนทรสนาน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ

หมื่นไพเราะพจมาน ( อาบ สุนทรสนาน )

นางปาน แสงอนันต์

ครูเอื้อ สุนทรสนาน

ครูเอื้อเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์บูรณะในจังหวัดสมุทรสงคราม เรียนได้ปีเศษพออ่านออกเขียนได้ บิดาก็พาตัวเข้ากรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2460 โดยให้อาศัยอยู่กับหมื่นไพเราะพจมาน ผู้เป็นพี่ชายซึ่งรับราชการเป็นคนพากย์โขนในกรมมหรสพ และถูกส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดระฆังโฆสิตารามจนจบชั้นประโยคประถม ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโรงเรียนพรานหลวงขึ้นที่สวนมิสกวัน เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอนดนตรีทุกประเภท ครูเอื้อจึงได้ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนนี้ โดยภาคเช้าเรียนวิชาสามัญ ภาคบ่ายเรียนวิชาดนตรี ทางโรงเรียนสอนทั้งดนตรีไทยและดนตรีฝรั่ง ครูเอื้อถนัดดนตรีฝรั่ง ครูผู้ฝึกสอนคือ ครูโฉลก เนตรสุด อาจารย์ใหญ่คือ อาจารย์พระเจนดุริยางค์

หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผ่านขึ้นไปมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในปี พ.ศ. 2465 พระเจนดุริยางค์เห็นว่า ครูเอื้อมีความสามารถพิเศษ นอกจากจะหัดไวโอลินแล้ว ท่านอาจารย์ยังให้หัดเป่าแซ็กโซโฟนอีกอย่างหนึ่งด้วย และให้เปลี่ยนมาเรียนวิชาดนตรีเต็มวัน ส่วนการเรียนวิชาสามัญนั้นให้งดเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชีวิตการทำงาน

2 ปีต่อมา ความสามารถของครูเอื้อก็ประจักษ์ชัดแด่คณาจารย์ทั้งหลาย จึงได้ให้เข้ารับราชการประจำ กองเครื่องสายฝรั่งหลวงในกรมมหรสพ กระทรวงวัง รับพระราชทานยศเป็น “เด็กชา” เงินเดือน 5 บาท เมื่อปี พ.ศ. 2467 จนกระทั่งมีความชำนาญมากขึ้นจึงได้เลื่อนขึ้นไปเล่นวงใหญ่ในปี พ.ศ. 2469 เพิ่มเงินเดือนเป็น 20 บาท แล้ว 2 ปีต่อมาก็ได้รับพระราชทานยศ “พันเด็กชาตรี” และ “พันเด็กชาโท” ในปีถัดไป

ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 ได้โอนไปรับราชการสังกัดกรมศิลปากร ในสังกัดกองมหรสพ และในปี พ.ศ. 2478 หลวงวิจิตรวาทการเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ครูเอื้อซึ่งพิสูจน์ฝีมือดนตรีจนประจักษ์ชัด เงินเดือนจึงขึ้นเป็น 40 บาท และ 50 บาทใน 2 ปีต่อมา

นอกจากนับราชการในกรมศิลปากรแล้ว ครูเอื้อ ยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับคณะละครร้อง ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เช่น คณะของแม่เลื่อน ไวณุนาวิน ได้แต่งเพลง “ยอดตองต้องลม” ขึ้น นับเป็นเพลงในชีวิตการประพันธ์เพลง เพลงยอดตองต้องลมนี้ ครูเอื้อ ให้ทำนอง เฉลิม บุณยเกียรติ ให้คำร้อง โดย ครูเอื้อ ได้ขับร้องเพลงนี้เอง คู่กับ นางสาววาสนา ละออ และถือว่าเป็นเพลงแรกสุดที่ได้ขับร้องด้วย

กรมโฆษณาการ

ในปี พ.ศ. 2479 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ คุณพจน์ สารสิน และคุณชาญ บุนนาค ร่วมกันจัดตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ไทยขึ้นชื่อว่า บริษัทไทยฟิล์ม ประเดิมภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “ถ่านไฟเก่า” คุณเอื้อมีโอกาสเข้าบรรเลงดนตรีประกอบเพลงในภาพยนตร์เรื่องนี้และได้ร้องเพลง “ในฝัน” แทนเสียงร้องของพระเอกในเรื่อง ได้รับความนิยมอย่างสูง ต่อมาได้เป็นหัวหน้าวงดนตรีฟิล์มด้วย

จากงานใหญ่ที่สร้างชื่อเสียง เอื้อ สุนทรสนาน จึงมีความคิดตั้งวงดนตรีขึ้นในปีถัดมา เรียกชื่อวงตามจุดกำเนิดคือ “ไทยฟิล์ม” ตามชื่อบริษัทหนัง และนี่คือการเริ่มแรกของวงดนตรีคุณเอื้อ แต่หลังจากตั้งวงดนตรีได้ปีเศษ กิจการบริษัทไทยฟิล์มที่สร้างภาพยนตร์มีอันต้องเลิกกิจการไป วงดนตรีไทยฟิล์มก็พลอยสลายตัวไปด้วย

จากนั้นอีก 1 ปี ทางราชการได้ปรับปรุงสำนักงานโฆษณาการ เชิงสะพานเสี้ยว และยกฐานะขึ้นเป็นกรมโฆษณาการ โดยมีนายวิลาศ โอสถานนท์ เป็นอธิบดี นายวิลาศได้พิจารณาเห็นว่า เมื่อมีสถานีวิทยุของรัฐบาลแล้ว ก็ควรจะมีวงดนตรีประจำอยู่ จึงได้นำความคิดไปปรึกษาหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ซึ่งคุณหลวงตระหนักถึงฝีไม้ลายมือของคุณเอื้อและคณะอยู่แล้ว จึงได้แนะนำนายวิลาศว่า ควรจะยกวงของครูเอื้อมาอยู่กรมโฆษณาการ โดยการโอนอัตรามาจากกรมศิลปากร

และนี่คือที่มาของวงดนตรีกรมโฆษณาการ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ มีครูเอื้อเป็นหัวหน้าวง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่8

ครอบครัว

ครูเอื้อพบรักกับสุภาพสตรีเจ้าของนาม อาภรณ์ กรรณสูด ธิดาพระยาสุนทรบุรี และคุณหญิงสอิ้ง กรรณสูด เมื่อปี พ.ศ. 2480 และได้เข้าสู่พิธีสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 มีธิดาเพียงคนเดียวคือ

อดิพร สุนทรสนาน ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานน้ำสังข์สมรสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับ ร.ต.อ. สันติ เสนะวงศ์

นอกจากนั้นแล้ว ครูเอื้อยังมีทายาทชายผู้สืบสกุลอีกหนึ่งคนซึ่งเกิดจากโฉมฉาย อรุณฉาน มีชื่อว่า นายสุรินทร สุนทรสนาน ปัจจุบันรับราชการอยู่กระทรวงพาณิชย์

ตำแหน่งการทำงาน

ครูเอื้อได้นำวงดนตรีไปแสดงที่โรงภาพยนตร์โอเดียน เมื่อปี พ.ศ. 2482 โดยทางโรงแรมรัตนโกสินทร์เป็นผู้จัด คุณสุรัฐ พุกกะเวส ซึ่งเป็นเลขานุการของโรงแรมเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะนำวงดนตรีของราชการไปบรรเลงในโรงภาพยนตร์เอกชน จึงหารือกับคุณเอื้อว่าควรจะใช้ชื่อวงดนตรีเป็นอย่างอื่น ในตอนนั้นคูรเอื้อตกหลุมรักคุณอาภรณ์ จึงได้จังหวะนำนามสกุลของตนเองไปรวมกับชื่อของคนรัก ซึ่งรวมกันแล้วก็ได้ชื่อวงว่า สุนทราภรณ์

ครูเอื้อรับราชการในกรมโฆษณาการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 จนต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กรมประชาสัมพันธ์ โดยดำเนินตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกบันเทิงต่างประเทศแต่เพียงตำแหน่งเดียวจนกระทั่งเกษียณในปี พ.ศ. 2514 และทางกรมประชาสัมพันธ์ได้จ้างพิเศษให้ดำเนินตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการดนตรีต่ออีก 2 ปี จนออกจากงานในปี พ.ศ. 2516 และในปีนี้ คุณเอื้อเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกคนหนึ่งใน สมัชชาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2516

ถึงแม้ครูเอื้อจะไม่ได้รับความก้าวหน้าในวงราชการเท่าที่ควร แต่ครูเอื้อมีสิ่งสูงสุดที่บำรุงจิตใจอยู่ตลอดมาคือ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ครูเอื้อปลาบปลื้มที่สุดวันหนึ่งในชีวิตนักดนตรีก็คือ วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญรูปเสมาทองคำที่มีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. จากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันครบรอบ 30 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512

ปัจฉิมวัย

ตลอดระยะเวลา 42 ปีของการทำงาน ครูเอื้อไม่เคยพักผ่อนเลย ปกติครูเอื้อเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ทำงานหนัก และอดนอนเก่ง จนกระทั่งถึงปลายปี พ.ศ. 2521 ก็เริ่มมีอาการไข้สูงเป็นระยะ ๆ แพทย์ได้เอกซเรย์ตรวจพบก้อนเนื้อร้ายขนาดเท่าลูกเทนนิสที่บริเวณปอดด้านขวา จึงได้เริ่มการรักษา แต่ก็ยังคงทำงานตามปกติ จนถึงปลายปี พ.ศ. 2522 มีอาการทรุดหนัก จึงเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล แล้วก็กลับไปรักษาที่บ้านต่อ

ระหว่างที่ป่วยอยู่นั้น คุณเอื้อได้รับพระราชทานดอกไม้เยี่ยมถึง 2 ครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในช่วงปี พ.ศ. 2523 ครูเอื้อได้เดินทางพร้อมกับนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปเข้าเฝ้า ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร และได้ขับร้องเพลงถวายเป็นครั้งสุดท้าย เพลงที่ร้องถวายคือ เพลงพรานทะเล

ตั้งแต่เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา อาการของครูเอื้อก็ได้ทรุดลงเป็นลำดับ จนเมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 ท่านก็ได้เสียชีวิตลง รวมอายุได้ 71 ปี 2 เดือน 11 วัน

ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่างผู้ประพันธ์เพลง ประจำปี พ.ศ. 2523-2524 แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 4 โดยมี คุณอติพร เสนะวงศ์ (สุนทรสนาน) บุตรีเป็นผู้รับแทน

 

ที่มา : http://th.wikipedia.org/





เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 38

21 01 2009
21 มกราคม พ.ศ. 2453  : วันเกิดครูเอื้อ สุนทรสนาน     วันเกิด เอื้อ สุนทรสนาน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ครูเอื้อ นักร้อง นักแต่งเพลง และเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรี สุนทราภรณ์ เกิดที่บ้าน อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม ต่อมาได้เรียนดนตรีกับ พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทะยะกร) เริ่มทำงานในกรมมหรสพ และได้ร้องเพลง “ในฝัน” ในภาพยนตร์เรื่อง “ถ่านไฟเก่า” เป็นครั้งแรก ต่อมาได้ตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ ขณะทำงานอยู่ที่กรมโฆษณาการ หรือกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน มีผลงานเพลงกว่า 1,000 เพลง ครอบคลุมทั้งเพลงเทศกาล เพลงสถาบัน เพลงรัก เพลงสะท้อนสังคม และอื่น ๆ อีกมากมาย ครูเอื้อเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 รวมอายุได้ 71 ปี

21 มกราคม พ.ศ. 2497  : กองทัพเรือสหรัฐฯ ทำพิธีปล่อยเรือดำน้ำ ยูเอสเอส นอติลุส     กองทัพเรือสหรัฐฯ ทำพิธีปล่อยเรือดำน้ำ ยูเอสเอส นอติลุส (The USS Nautilus) ) เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ลำแรกของโลกลงน้ำที่แม่น้ำเทมส์ รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เรือลำนี้สามารถแล่นใต้น้ำได้ด้วยความเร็ว 20 น็อตติกอลไมล์ หรือ 37 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถดำน้ำได้นานหลายสัปดาห์ มีลูกเรือกว่า 100 คน ก่อนจะเริ่มเข้าประจำการที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 29 กันยายนปีเดียวกัน




เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 37

20 01 2009
20 มกราคม พ.ศ. 2411  : ร.5 เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อยอด พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อยอด พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม พระปฐมเจดีย์เป็นพระเจดีย์ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ภายใน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยทวารวดี

พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
20 มกราคม พ.ศ. 2413  : วันเกิด พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ     วันเกิด พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ เกิดที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 15 ปี และอุปสมบถเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2436 ที่วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จากนั้นได้เข้าฝึกปฏิบัติธรรม ในสำนักวิปัสสนากับอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ได้เริ่มศึกษาพระธรรมวินัยและฝึกปฏิบัติสมาธิ เดินจงกรม ต่อมาได้แสวงหาวิเวก บำเพ็ญสมณธรรมในที่ต่าง ๆ ตามราวป่าชัฎ ป่าช้า และลงมาศึกษากับนักปราชญ์ในกรุงเทพฯ จากนั้นก็ธุดงค์ไปทั่วภาคกลาง-อีสาน ท่านได้ปฏิบัติตนอย่างสมถะเป็นตัวอย่างพร้อมกับการสั่งสอนธรรมะแก่ประชาชนทั่วไปตลอดมาจนกระทั่งมรณะภาพในปี 2492 ที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร ขณะอายุ 80 พรรษา นับได้ว่าท่านเป็นพระเถระที่มีเกียรติคุณเด่นที่สุดในด้านวิปัสสนาธุระรูปหนึ่งในยุคปัจจุบัน จนมีศิษย์จำนวนมาก

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ
20 มกราคม พ.ศ. 2504  : จอห์น เอฟ.เคนเนดี เข้าพิธีสาบานตน     จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) เข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา นับเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของอเมริกา มีบทบาทสำคัญที่ประทับใจคนอเมริกัน คือยื่นคำขาดให้สหภาพโซเวียตถอนอาวุธนิวเคลียร์ออกไปจากประเทศคิวบาได้สำเร็จ

จอห์น เอฟ. เคนเนดี
20 มกราคม พ.ศ. 2527  : จอห์นนี ไวส์สมุลเลอร์ เสียชีวิต     จอห์นนี ไวส์สมุลเลอร์ (Johnny Weissmuller) พระเอกภาพยนตร์เรื่อง “ทาร์ซาน” (Tarzan the Ape Man –1932) เสียชีวิต ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามารับบทพระเอกภาพยนตร์ เขาเคยเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติอเมริกัน เคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิคในปี 1924 และ 1928 ถึงห้าเหรียญทอง และยังสามารถทำลายสถิติโลกได้ถึง 67 ครั้ง

จอห์นนี ไวส์สมุลเลอร์
20 มกราคม พ.ศ. 2539  : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นองค์ประธานในพิธีปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศร     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีปล่อย เรือหลวงจักรีนฤเบศร ลงน้ำ ณ อู่เรือบาซาน ประเทศสเปน ก่อนจะขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2540 เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำแรกและลำเดียวในขณะนี้ของราชนาวีไทย ใช้ปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการและช่วยเหลือภัยพิบัติตลอดน่านน้ำไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ระวางขับน้ำเต็มที่ 11,485.5 ตัน ยาว 182.50 ม. กว้างสุด 30.50 ม. กินน้ำลึก 6.25 ม. ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2 เครื่อง กำลัง 11,780 แรงม้า และเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ จำนวน 2 เครื่อง กำลัง 44,250 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 26 นอต ทหารประจำเรือ 601 คน ทหารประจำหน่วยบิน 758 คน สามารถบรรทุกเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง (SEA HARRIER) ได้ 9 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ (SEA HAWK) อีก 6 เครื่อง ใช้งบประมาณในการสร้าง 7 พันล้านบาท





เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 36

19 01 2009
19 มกราคม พ.ศ. 2279  : วันเกิด เจมส์ วัตต์ วิศวกรและนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ     19 มกราคม พ.ศ. 2279 วันเกิด เจมส์ วัตต์ (James Watt) วิศวกรและนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ผู้พัฒนากำลังและประสิทธิภาพของเครื่องจักรไอน้ำซึ่งออกแบบโดย โทมัส นิวโคเมน ให้ดีมากขึ้น เครื่องจักรไอน้ำมีบทบาทสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นอกจากนั้นเขาเป็นผู้บัญญัติศัพท์ “แรงม้า” (horsepower) และหน่วยวัตกำลังที่เรียกว่า วัตต์ (watt) ก็ได้ชื่อตามชื่อของเขา

เจมส์ วัตต์ (James Watt)
19 มกราคม พ.ศ. 2489  : เปิดประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติครั้งแรก     19 มกราคม พ.ศ. 2489 เปิดประชุมสมัชชา องค์การสหประชาชาติ ครั้งแรกที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลปรากฏว่า เฮนรี่ สปาร์ค (Paul Henri Spaak) ชาวเบลเยี่ยมได้รับเลือกเป็นประธานสมัชชาใหญ่ครั้งแรก และผู้แทนไทยได้รับเลือกเป็นประธานสมัชชาสมัยที่ 11 คือ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

เฮนรี่ สปาร์ค (Paul Henri Spaak)
19 มกราคม พ.ศ. 2545  : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ     19 มกราคม พ.ศ. 2545 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารออกแบบโดย เฮลมุต ยาห์น (Helmut Jahn) สถาปัตนิกชาวอเมริกัน-เยอรมัน โครงสร้างหลักประกอบด้วยเหล็กและแก้ว ซึ่งยาห์นบอกว่าเป็น “สถาปัตยกรรมแห่งศตวรรษที่ 21″ สถามบินแห่งนี้เริ่มเปิดทดลองใช้สนามบินเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2549 และเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 42549 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งโครงการประมาณ 155,000 ล้านบาท

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ




เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 35

18 01 2009
18 มกราคม พ.ศ. 2320  : กัปตัน เจมส์ คุก นักเดินเรือชาวอังกฤษ ค้นพบหมู่เกาะฮาวาย      18 มกราคม พ.ศ. 2320 กัปตัน เจมส์ คุก (James cook) นักเดินเรือชาวอังกฤษ ค้นพบเกาะแห่งหนึ่งซึ่งเขาให้ชื่อว่า “เกาะแซนด์วิช” (Sandwich Island) ต่อมารู้จักกันดีในชื่อ หมู่เกาะฮาวาย (Hawaii Island) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้คนพบเกาะอีกหลายแห่ง เช่น เกาะนิวซีแลนด์ เป็นต้น

กัปตัน เจมส์ คุก (James cook)
18 มกราคม พ.ศ. 2425  : วันเกิด Alan Alexander Milne ผู้สร้างการ์ตูน วินนี่ เดอะ พูห์     18 มกราคม พ.ศ.2425 วันเกิด Alan Alexander Milne ผู้สร้างการ์ตูน วินนี่ เดอะ พูห์ (Winnie-the-Pooh) เขาเกิดในครอบครัวครูที่สก็อตแลนด์ แต่ไปเติบโตที่อังกฤษ หัดอ่านหนังสือตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เมื่ออายุ 24 ปีได้เป็นบรรณาธิการนิตยสารแนวเสียดสีขบขันชื่อ “Punch” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะเขาเป็นทหารได้ใช้เวลาว่างในการเขียนบทละครเรื่อง “Mr.Pim Passes By” ซึ่งโด่งดังมากในปี 2462 หลังจากเขามีลูกชายชื่อ Chritopher Robin จึงเริ่มเขียนเรื่อง “วินนี่ เดอะ พูห์” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากของเล่นของลูกชายนั่นเอง

Alan Alexander Milne

วินนี่ เดอะ พูห์ (Winnie-the-Pooh)
18 มกราคม พ.ศ. 2483  : วันสิ้นพระชนม์ จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์ วรพินิต     18 มกราคม พ.ศ. 2483 วันสิ้นพระชนม์ จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์ วรพินิต พระราชโอรสองค์ที่ 33 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการทหารและทางราชการหลายตำแหน่ง นอกจากนั้นยังทรงพระปรีชาสามารถในงานดนตรี ทรงพระนิพนธ์เพลงไทย เพลงฝรั่งและเพลงไทยเดิมไว้จำนวนมาก เช่นเพลงวอทซ์ปลื้มจิต, วอทซ์ชุมพล, เพลงมหาฤกษ์ เพลงพญาโศก ฯลฯ กระทั่งทรงได้รับการขนานพระนามเป็น “พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม” สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไตและพระหทัย ตำนักประเสบัน เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ทรงพระชนมายุ 63 ปี





เผยแพร่ผลงานวิชาการ นางนภา บรรลุสุข ครู คศ.3

17 01 2009

ชื่อเรื่อง  การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการคิดคำนวณ เรื่อง การบวก การลบ การคูณ การหาร 
            กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

 

บทคัดย่อ

          คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญ สามารถพัฒนาความคิดของผู้เรียนให้เป็น คนมีเหตุผล คิดอย่างรอบคอบ รู้จักค้นคว้าหาความจริง และเป็นพื้นฐานของการแสวงหาความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ แต่การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษาพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวกับการคิดคำนวณ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทักษะการคิดคำนวณ เรื่อง การบวก การลบ การคูณ การหาร  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  75/75 และศึกษาหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทักษะการคิดคำนวณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549โรงเรียนเทศบาลวัดแสนสุข อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จำนวน 29 คน จาก  1 ห้องเรียน  ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ มี 3 ชนิด ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 11 แผน ใช้เวลาสอนแผนละ 1 ชั่วโมง แบบฝึกทักษะการคิดคำนวณ จำนวน 11 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  1 ฉบับ 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากตั้งแต่ 0.25 ถึง 0.79 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23 ถึง 0.86 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92  สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้

            แผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการคิดคำนวณ เรื่อง  การบวก  การลบ การคูณ การหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.66/77.70  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.64

            สรุปได้ว่า ผลการศึกษาค้นคว้าทำให้ได้แผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการคิดคำนวณที่มีประสิทธิผล สมควรนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้

image
เจ้าของผลงาน
นางนภา บรรลุสุข ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดแสนสุข
เทศบาลตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์





เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 34

17 01 2009
17 มกราคม พ.ศ. 2249  : วันเกิด เบนจามิน แฟรงคลิน รัฐบุรุษและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน     17 มกราคม พ.ศ. 2249 วันเกิด เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) รัฐบุรุษและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เกิดที่เมืองบอสตัน ครอบครัวของเขาค่อนข้างจะยากจน เขาจึงเรียนหนังสือได้เพียง 2 ปีก็ต้องลาออกมาช่วยกิจการทำสบู่ และเทียนไขของครอบครัว พออายุ 12 ปีก็ไปช่วยพี่ชายทำกิจการโรงพิมพ์ ก่อนจะแยกมาเปิดโรงพิมพ์ของตนเองตอนอายุ 17 ปี ช่วงนี้เขาได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ ภายหลังได้เข้ามาเล่นการเมือง จากนั้นก็เริ่มสนใจปรากฏการณ์ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า จึงเริ่มศึกษาทดลองอย่างจริงจัง จนกระทั่งค้นพบประจุไฟฟ้าในอากาศ เขาเป็นผู้ประดิษฐ์สายล่อฟ้าเพื่อลดความเสียหายจากฟ้าผ่า แต่เขาก็ไม่ได้นำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ไปจดสิทธิบัตร เนื่องจากเห็นว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ง่ายไม่ซับซ้อน ทุกคนสามารถทำใช้เองได้ นอกจากนั้นเขายังประสบความสำเร็จอีกหลายด้าน เช่นเป็นนักเขียน บรรณาธิการ นักหนังสือพิมพ์ นักการฑูต เป็นผู้หนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ หลุดพ้นจากการเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศอังกฤษ เป็นผู้ร่างคำประกาศอิสรภาพของอเมริกา และมีส่วนสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของสหรัฐอเมริกาด้วย เบนจามิน แฟรงคลินนับเป็นหนึ่งใน บิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา (Founding Fathers of the United States) ถึงแก่กรรมที่เมืองฟิลลาเดลเฟีย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2333 ขณะอายุ 84 ปี

เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin)
17 มกราคม พ.ศ. 2484  : เกิดเหตุการณ์ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง จังหวัดตราด     17 มกราคม พ.ศ. 2484 เกิดเหตุการณ์ “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง” จังหวัดตราด โดยเรือรบของราชนาวีไทยรบกับกองทัพเรือของฝรั่งเศส ที่รุกล้ำน่านน้ำไทยเข้ามาเพื่อจะระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศไทย หลังจากกรณีพิพาทอินโดจีน โดยฝรั่งเศสมีเรือ 5 ลำ ของไทยมี 3 ลำ ได้แก่เรือรบหลวงธนบุรี เรือรบหลวงสงขลา และเรือรบหลวงชลบุรี ส่งผลให้กองเรือของฝรั่งเศสถูกยิงจนต้องล่าถอยออกไป ส่วนฝ่ายไทยเรือรบหลวงธนบุรีก็ถูกยิงจม มีผู้เสียชีวิต 36 คน วันนี้ของทุก ๆ ปี กองทัพเรือถือว่าเป็นวันสดุดีและบำเพ็ญกุศลแก่ผู้เสียชีวิตในการรบแห่งราชนาวี

17 มกราคม พ.ศ. 2472  : ป๊อบอาย (Popeye) ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูนช่องเรื่อง Thimble Theatre     17 มกราคม พ.ศ. 2472 ป๊อบอาย (Popeye) ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูนช่องเรื่อง Thimble Theatre ซึ่งวาดโดย Elizie Segar ป๊อปอายได้รับการตีพิมพ์มาแล้วเป็นเวลา 10 ปี เดิมการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว Olive Oyl และ Ham Gravy แม้ป๊อบอายจะเปิดตัวครั้งแรกในฐานะตัวประกอบ แต่เขากลับกลายมาเป็นดาราเด่นของเรื่องในเวลาต่อมา และเป็นหนึ่งในตัวการ์ตูนที่มีคนจดจำได้มากที่สุด

ป๊อบอาย (Popeye)




เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 33

16 01 2009
16 มกราคม พ.ศ. 2464  : วันสถาปนา กรมอุทกศาสตร์     16 มกราคม พ.ศ. 2464 วันสถาปนา กรมอุทกศาสตร์ กิจการอุทกศาสตร์เริ่มมีครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2399 โดยรัฐบาลได้ได้อนุญาตให้อังกฤษส่งเรือหลวงซาราเซน เข้ามาสำรวจอุทกศาสตร์ในอ่าวไทย เพื่อจัดทำแผนที่เดินเรือที่สำคัญบริเวณอ่าวไทย ต่อมาในปี 2439 ได้มีการก่อตั้งกองแผนที่ทะเล ขึ้นตรงต่อกรมทหารเรือ ในปี 2457 ได้เปลี่ยนชื่อกองแผนที่ทะเลเป็น “กองอุทกศาสตร์ทหารเรือ” ในปี 2464 ได้ยกขึ้นเป็น “กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ” วันนี้ของทุกปีจึงถือเป็นวันสถาปนากรมอุทกศาสตร์

กรมอุทกศาสตร์
16 มกราคม พ.ศ. 2336  : ไทยเสียเมือง มะริด ทวาย และ ตะนาวศรี ให้แก่พม่า     16 มกราคม พ.ศ. 2336 ไทยเสียเมือง มะริด ทวาย และ ตะนาวศรี ให้แก่พม่า หลังจากที่รัฐบาลอังกฤษและรัฐไทยได้ทำสนธิสัญญา กำหนดเส้นเขตแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ส่งผลให้คนไทยประมาณ 30,000 คนในขณะนั้น กลายเป็นบุคคลที่สูญเสียสัญชาติ ไปพร้อมกับการเสียพื้นที่ไปประมาณ 55,000 ตารางกิโลเมตร แต่รัฐบาลพม่าเองก็ไม่ยอมรับว่าคนเหล่านี้เป็นคนพม่า จึงถูกกดขี่ข่มแหง ถูกละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงไม่ต่างจากชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ล่าสุดเมื่อปลายปี 2549 คนไทยกว่า 3,000 คนได้หลบหนีเข้ามาพึ่งแผ่นดินไทยบริเวณจังหวัดระนอง-ชุมพร แต่เนื่องจากไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีบัตรประชาชน จึงต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ถูกข่มขู่รีดไถ ถูกกด-โกงค่าแรงเหมือนแรงงานพม่า โดยที่ไม่มีสิทธิแจ้งความ และเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2549 ตัวแทนคนไทยกลุ่มนี้ก็ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลอังกฤษ ผ่านเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ให้รับผิดชอบเรื่องสัญชาติไทยให้กับคนไทยพลัดถิ่นกลุ่มนี้

16 มกราคม พ.ศ. 2488  : วันประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เป็นวันครูวันแรก     16 มกราคม พ.ศ. 2488—”วันครู” คณะรัฐบาลนำโดย นายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น “วันครู” โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2488 เป็นวันครูวันแรก เนื่องจากต้องการจะสนับสนุนและยกย่องเกียรติของครูให้มีสิทธิเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนทั่วไป ทางราชการได้กำหนดให้วันนี้เป็น “วันครู” ขึ้นเป็นครั้งแรก

วันครู
16 มกราคม พ.ศ. 2501  : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์ สถาบันราชประชาสมาสัย     16 มกราคม พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์ สถาบันราชประชาสมาสัย ที่สถาบันโรคเรื้อนพระประแดง จ. สมุทรปราการ ซึ่งชื่อสถาบันราชประชาสมาสัยนั้นทรงพระราชทานนามในปี 2503 หมายความว่าพระมหากษัตริย์และประชาชนย่อมต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ตั้งขึ้นเพื่อเร่งรัดโครงการควบคุมโรคเรื้อนให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ต่อมาได้กำหนดวันนี้ของทุกปี เป็น “วันราชประชาสมาสัย” เพื่อรณรงค์เรื่องโรคเรื้อน เผยแพร่ความรู้ และหาทุนในการดำเนินการอีกด้วย





ประวัติท้าวสุรนารี

15 01 2009

15 มกราคม พ.ศ.2477 พิธีเปิด อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งข้าราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมาได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของ ย่าโม โดยได้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบร่วมกับ พระเทวาภินิมมิตร ประติมากรเลื่องชื่อในสมัยนั้น นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรีคนแรกของประเทศ เริ่มก่อสร้างในปี 2476 อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน ในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ตั้งอยู่บนฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน ผมซึ่งเป็นลูกหลานชาวโคราชโดยแท้แน่นอน ก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง คราใดที่ได้กลับโคราชผมรู้สึกอบอุ่นเสมอ นี่ก็เกือบปีแล้ว นับตั้งแต่ไปร่วมทำหน้าที่ในกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนพาราเกมส์ ยังไม่ได้กลับเลย หากท่าใดได้ไปเยือนโคราชช่วงประมาณ 23 มีนาคน – 3 เมษายน ของทุกปีอย่าลืมนะครับไปสักการะท่าน ลอดใต้ซุ้มประตูชุมพล เที่ยวงานฉลองวันแห่งชัยชนะท่านท้าวสุรนารี วันนี้ผมขอถือโอสนำประวัติท่านมาเล่าสู่กันฟัง และโอกาสต่อไปก็จะนำประวัติจังหวัดนครราชสีมามาเล่าอีกเช่นกัน

11          ท้าวสุรนารี มีนามเดิมว่า “โม” (แปลว่า ใหญ่) หรือ “โม้” (ภาษาไทยสำเนียงโคราช) เป็นชาวเมืองนครราชสีมาโดยกำเนิด เกิดเมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2314 ในแผ่นดิน พระเจ้าตากสินมหาราช สมัยกรุงธนบุรี มีนิวาสถานอยู่ ณ บ้านตรงกับข้ามกับวัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลางนคร) ทางทิศใต้ของเมืองนครราชสีมา

 

          นางสาวโม เป็นธิดาของ นายกิ่ม และ นางบุญมา (ในสมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล) มีพี่สาวหนึ่งคนชื่อ แป้น ไม่มีสามี จึงอยู่ด้วยกันจนวายชนม์ มีน้องชายหนึ่งคน ไม่ปรากฏชื่อ (ภายหลัง ได้เป็น เจ้าเมืองพนมซร๊อก ต่อมามีการอพยพชาวเมืองพนมซร๊อก มาอยู่ ริมคูเมืองนครราชสีมาด้านใต้ จึงเอาชื่อเมือง พนมซร๊อก มาตั้งชื่อ บ้านพนมศรก ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น บ้านสก อยู่หลังสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ จนทุกวันนี้)

 

          เมื่อปี พ.ศ. 2339 นางสาวโม เมื่ออายุได้ 25 ปี ได้แต่งงานสมรสกับนายทองคำ พนักงานกรมการเมืองนครราชสีมา ต่อมานายทองคำ ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “พระภักดีสุริยเดช” ตำแหน่งรองปลัดเมืองนครราชสีมา นางโม จึงได้เป็น คุณนายโม และต่อมา “พระภักดีสุริยเดช” ได้เลื่อนเป็น “พระยาสุริยเดช” ตำแหน่งปลัดเมืองนครราชสีมา คุณนายโมจึงได้เป็น คุณหญิงโม

 

          ชาวเมืองนครราชสีมาเรียกท่านทั้งสองเป็นสามัญว่า “คุณหญิงโม” และ “พระยาปลัดทองคำ” ท่านเป็นหมันไม่มีทายาทสืบสายโลหิต ชาวเมืองนครราชสีมาทั้งหลายจึงพากันเรียกแทนตัวคุณหญิงโมว่า แม่ มีผู้มาฝากตัวเป็นลูก-หลานกับคุณหญิงโมอยู่มาก ซึ่งเป็นกำลัง และอำนาจส่งเสริมคุณหญิงโมให้ทำการ ใดๆ ได้สำเร็จเสมอ หนึ่งในลูกหลานคนสำคัญ ที่มีส่วนร่วมกับคุณหญิงโม เข้ากอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ คือ นางสาวบุญเหลือ

 

          ท้าวสุรนารี เป็นคนมีสติปัญญาหลักแหลม เล่นหมากรุกเก่ง มีความชำนาญในการขี่ช้าง ขี่ม้า มีม้าตัวโปรดสีดำ และมักจะพาลูกหลาน ไปทำบุญที่วัดสระแก้วเป็นประจำเสมอ ท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2395 ( เดือน 5 ปีชวด จัตวาศก จศ. 1214 ) สิริรวมอายุได้ 81 ปี

 

 3

ตราประจำจังหวัดนครราชสีมา แสดงภาพอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและประตูชุมพล


วีรกรรมของท้าวสุรนารี และบำเหน็จความชอบ

 

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จวางพวงมาลา ณ.อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี21   วันที่ 2 พ.ย.2498วีรกรรมของคุณหญิงโมนั้นเป็นที่คนไทยรุ่นหลังทราบดีว่า เมื่อพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไป

 

          เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ คุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือ ได้รวบรวมครอบครัวชาย หญิงชาวนครราชสีมาที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด

 

          เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเป็น ท้าวสุรนารี เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 เมื่อคุณหญิงโมมีอายุได้ 57 ปี พร้อมกับพระราชทานพระราชทานเครื่องยศ มีต่อนี้

 

4

 

              เครื่องยศพระราชทานแก่ท้าวสุรนารีถาดทองคำใส่เครื่องเชี่ยนหมาก 1 ใบ

จอกหมากทองคำ 1 คู่

ตลับทองคำ 3 ใบเถา

เต้าปูนทองคำ 1 ใบ

คนโท และขันน้ำทองคำอย่างละ 1 ใบ

 

 

 

 

 

 

          อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สมควรจะบันทึกไว้ในปี พ.ศ. 2524 คือเมื่อวันที่ 5 เมษายน เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ท่ามกลางพสกนิกร ที่เข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดีอย่างเนื่องแน่น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานบรมราโชวาทมีความตอนหนึ่งว่า

 

 ….ท้าวสุรนารี เป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย ควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน

บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี รู้จักหน้าที่ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมาได้แสดงพลังต้องการ

ความเรียบร้อย ความสงบ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและ ล่อแหลมมาก

แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง….

 

 

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

 

51
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

บนฐานอนุสาวรีย์เดิม

          ปี พ.ศ. 2477เมื่อท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปีพุทธศักราช 2395 อายุ 81 ปี เจ้าพระยามหิศราธิบดีผู้เป็นสวามี ได้ฌาปนกิจศพ และสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ วัดศาลาลอยซึ่งท้าวสุรนารีได้สร้างไว้

 

 

กู่อัฐิท้าวสุรนารี

          วัดพระนารายณ์มหาราชเมื่อเวลาผ่านไปเจดีย์ชำรุดลง พลตรีเจ้าพระยาสิงหเสนี (สอาด สิงหเสนี) ครั้นเมื่อยังเป็น พระยาประสิทธิศัลการ ข้าหลวงเทศาภิบาล ผู้สำเร็จราชการเมืองนครราชสีมา องคมนตรี และรัฐมนตรี ได้บริจาคทรัพย์สร้างกู่ขนาดเล็ก บรรจุพระอัฐิท้าวสุรนารีขี้นใหม่ที่วัดกลาง (วัดพระนารายณ์มหาราช) สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ร.ศ.118 (พ.ศ. 2442)

  61

            ต่อมากู่นั้นได้ทรุดโทรมลงมาอีก อีกทั้งยังอยู่ในที่แคบ ไม่สมเกียรติ พระยากำธรพายัพทิศ (ดิส อินทรโสฬส) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายพันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 5 พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมา ได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีด้วยสัมฤทธิ์ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้มอบให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบร่วมกับ พระเทวาภินิมมิตร (ฉาย เทียมศิลปไชย) ประติมากรเลื่องชื่อในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม

 

 

พิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

บนฐานอนุสาวรีย์ใหม่

71  ปี พ.ศ. 2510ทั้งนี้ได้อัญเชิญอัฐิของท่านนำมาบรรจุไว้ที่ฐานรองรับ และประดิษฐานไว้ ณ ที่หน้าประตูชุมพล อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม ตั้งอยู่บนฐานไพที สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน ในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรี คนแรกของประเทศ เริ่มก่อสร้างในปี 2476 แล้วเสร็จ และ มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2477

 

          ในงานพิธีเปิดนี้ จึงได้มีการสร้างเหรียญไว้เป็นที่ระลึก โดยมี สมเด็จมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระคณาจารย์สายพระอาจารย์มั่น – พระอาจารย์เสาร์ ร่วมพิธีปลุกเสกที่ วัดสุทธจินดา ชาวเมืองนครราชสีมารัก และหวงแหนเหรียญรุ่นนี้กันมาก เพราะถือกันว่านี่คือ เหรียญแห่งชัยชนะ เพื่อศรีสง่าแห่งบ้านเมือง และเชิดชูเกียรติ ท้าวสุรนารี วีรสตรีไทยตลอดกาล และทางกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เป็นโบราณสถานวัตถุแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2480

 

          ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 ฐานอนุสาวรีย์ชำรุด ข้าราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมา โดยนายสวัสดิวงศ์ ปฏิทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น เป็นประธาน ได้ร่วมใจกันสร้าง ฐานอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี ขึ้นใหม่ ณ ที่เดิม เพื่อให้เป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง และเชิดชูเกียรติท้าวสุรนารี วีรสตรีไทยตลอดกาลนาน แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510

 

เหรียญที่ระลึกในงานพิธีเปิด

พ.ศ. 2477 (ด้านหน้า)
81


 
เหรียญที่ระลึกในงานพิธีเปิด

พ.ศ. 2477 (ด้านหลัง)

  91

          ทางจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมทั้งประชาชนชาวนครราชสีมา ได้การจัด งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี (คุณหญิงโม) เป็นงานประจำปีของจังหวัด เพื่อเป็นการเคารพสักการะ เชิดชูเกียรติ ในวีรกรรมของท้าวสุรนารี และเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา จัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กำหนดจัดระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน ของทุกปี





เหตุการณ์สำคัญวันนี้ในอดีต ตอนที่ 32

15 01 2009
15 มกราคม พ.ศ. 2302  : British Museum กรุงลอนดอน เปิดอย่างเป็นทางการ     15 มกราคม พ.ศ. 2302 British Museum เปิดอย่างเป็นทางการ เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่ยังคงเปิดบริการมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มก่อสร้างในปี 2296 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมนุษย์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก ภายในรวบรวมวัตถุทางโบราณคดีต่าง ๆ จากทั่วโลกไว้กว่า 13 ล้านชิ้น รวมไปถึงภาพและและเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย แต่ละปีมีผู้เข้าชมกว่า 700,000 คน

British Museum

 

15 มกราคม พ.ศ. 2472  : วันเกิด มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน     15 มกราคม พ.ศ. 2472 วันเกิด มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เกิดที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นบุตรชายของพระแบปทิส จบการศึกษาด้านศาสนาจาก โครเซอร์ เพนซิลวาเนีย และมหาวิทยาลัยบอสตัน ต่อมาได้กลายเป็นผู้นำขบวนการเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคของสีผิว โดยใช้หลักอหิงสาแบบมหาตมะคานธี คิงได้เรียกร้องสิทธิของคนผิวดำตลอดชีวิต จนกระทั่งได้รับรางวัลสันติภาพเคเนดี ในปี 2506 คิงได้แสดงสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียง I Have a Dream ในปี 2507 และรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 2511 เขาถูกลอบยิงถึงแก่ชีวิตที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี จากนั้นมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางเชื้อชาติจวบจนทุกวันนี้

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr)
15 มกราคม พ.ศ. 2477  : พิธีเปิด อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี     15 มกราคม พ.ศ.2477 พิธีเปิด อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งข้าราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมาได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของ ย่าโม โดยได้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบร่วมกับ พระเทวาภินิมมิตร ประติมากรเลื่องชื่อในสมัยนั้น นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรีคนแรกของประเทศ เริ่มก่อสร้างในปี 2476 อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน ในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ตั้งอยู่บนฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี







ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,061 other followers